ระบบภูมิคุ้มกัน โครงสร้างทางชีวภาพกำจัดเชื้อโรค

ระบบภูมิคุ้มกัน   ที่ประกอบขึ้นด้วยโครงสร้างใด ๆ อย่างทางชีวภาพที่กำจัดเชื้อที่เข้ามาอยู่ในร่างกาย เชื้อโรคนั้นสามารถที่จะปรับตัวและมีวิวัฒนาการเพื่อหลบซ่อน และทำลายภูมิคุ้มกันของเราได้ระบบภูมิคุ้มกันจึงมีการพัฒนากลไกขึ้นมาในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อที่จะตรวจจับเชื้อโรคแบคทีเรีย หรือว่าสิ่งมีชีวิตที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ถูกทำลายลงส่งผลเสียต่อระบบสุขภาพภายใน ดูระบบภูมิคุ้มกันจะมีมาตั้งแต่กำเนิดจัดเป็นกลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมไม่จำเพาะเจาะจงที่ได้แก่พื้นผิวที่สัมผัสโดยตรงนั่นก็ คือผิวหนังหรือว่าเยื่อบุต่าง ๆ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการป้องกันการกำจัดสิ่งแปลกปลอมซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็คือเชื้อโรคนั้นเอง 

โดยระบุว่าคุ้มกันเริ่มต้นจากผิวหนังเชื้อ โรคไม่สามารถที่จะบุกรุกผิวหนังปกติที่ไม่มีบาดแผลเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้อีก ทั้งความเป็นกรดของไขมันที่ออกมา จากต่อมไขมันผิวหนังจะช่วยยับยั้งและทำลายเชื้อโรคหากผิวหนังชั้นนอกของเราถูกเปิดออก และมีบาดแผลไฟไหม้หรือมีดบาดน้ำร้อนลวกแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ ในผิวหนังจะเพิ่มตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะมีอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และสิ่งแวดล้อมที่พอเหมาะเป็นเหตุที่จะเกิดให้การอักเสบและแผลเล็ก ๆ ในน้อยระบบภูมิคุ้มกันของเราจะกำจัดเชื้อโรคนั้นออกไป เพียงแค่ผ่านการล้างแผลที่สะอาดรวมถึงการรักษาแผลให้แห้งปกติ ระบบภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าเป็นแผลที่มีขนาดใหญ่หรือถูกความร้อนเป็นบริเวณที่กว้างเกินกำลัง ที่ภูมิคุ้มกันของเรานั้นจะจัดการออกไหวเชื้อโรคจะถูกแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย จึงทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดรวมถึงเป็น สาเหตุที่จะทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิต ในเวลาต่อมาซึ่งในมาในปัจจุบันนี้จึงจำเป็นต้องมีการแยกผู้ป่วยที่ป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงผู้ที่ดูแลผู้ป่วยให้สวมหน้ากากอนามัยและหมวกล้างมือให้สะอาดสวมถุงมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้ดูแลอีก ป้องกันการติดเชื้อจากผู้ที่ดูแลล้างมือให้สะอาดและให้ยาปฏิชีวนะควบคุมเชื้อโรคให้ครบทุกชนิด  

ระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่กำหนัดและการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ภูมิคุ้มกันที่ผ่านทางลูกจากแม่สู่ลูกในขณะที่ตั้งครรภ์ในส่วนใหญ่แล้วIgG จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ค่อย ๆ ลดลงและหมดไปเมื่อทารกนั้นอายุครบ 6 เดือน ทารกแรกคลอดจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้ต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ในขณะที่ร่างกายอ่อนแอและภูมิคุ้มกันอีกอย่างหนึ่งจากนมแม่ ที่ทารกจะได้รับควรดื่มนมแม่และให้ทารกน้อยนั้นอย่างน้อย 8 เดือนครบถ้วน เพื่อที่จะสร้าง ภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในนมแม่นั้นมีสารอาหารที่ครบถ้วน ภูมิคุ้มกันที่เรานั้นสามารถสร้างขึ้นเองได้ที่มีการติดเชื้อตามธรรมชาติ ระบบภูมิคุ้มกัน โดยการต้านทานเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่คงจะอยู่ในร่างกายของเราตลอดชีวิตหากเชื้อเดิมเข้าสู่ร่างกายอีกก็จะถูกกำจัดออกไปโดยที่ไม่ต้องทำให้เกิดโรคอีก อย่างเช่น ไข้หัด เยอรมัน คางทูม อีสุกอีใส ไวรัสตับอักเสบบี รวมถึงภูมิคุ้มกันที่เราจะได้รับเสริมอย่างเช่นวัคซีนที่เป็นการเรียนแบบการติดเชื้อในธรรมชาติ โดยจะมีเชื้อโรคทำให้อ่อนฤทธิ์ในบางชนิดเชื้อที่มีคุณสมบัติที่เป็นออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อที่จะกระตุ้นให้ร่างกายของเรานั้นสร้างภูมิคุ้มกันได้โดย ไม่เกิดโรคได้แก่วัคซีนที่ให้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดประมาณ 20 ชนิด และในผู้ใหญ่อีกหลาย ๆ ชนิดรวมถึงวัคซีนเสริม เมื่อมีโรคมีการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาจะมีการทำวัคซีน รักษาและกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพราะเชื้อโรค ในปัจจุบันนี้มีการข้ามสายพันธุ์อาจจะรุนแรงอย่างที่เราคาดไม่ถึง วัคซีนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน   

ในรอบตัวเราในปัจจุบันมีจุลินทรีย์ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศในน้ำ หรือว่าดินเราจึงจำเป็นมาก ๆ ที่จะป้องกันให้ร่างกายไม่สัมผัสต่อเชื้อโรคและแบคทีเรีย เพื่อการรักษาสุขภาพอนามัยให้ดี คือ การรับประทานอาหารที่สะอาดทำสุกใหม่ รวมถึงการตัดเล็บให้สั้นล้างมือสม่ำเสมอ 7 ขั้นตอนโดยเฉพาะการหยิบจับเข้าปาก  ทั้งการหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ในสถานที่อัด ระบบภูมิคุ้มกัน หรือว่าแหล่งชุมชนพร้อมกับอากาศที่ถ่ายที่แสงแดดส่องถึงเพราะจะทำให้เชื้อโรคนั้นตายง่ายเป็นการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน หากใครที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีอยู่แล้ว ควรที่จะออกกำลังกายร่วมอีกด้วยไม่กินยาพร่ำ เพื่อเกินความจำเป็นถึงแม้จะติดเชื้อก็มีอาการไม่รุนแรงและหายในช่วงเวลาที่ไวกว่าคนที่ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click >>> vnlabcode