เมืองมรดกโลก อุทยานแห่งชาติลอส-กลาเซียเรสประเทศอาร์เจนติน่า

เมืองมรดกโลก อุทยานแห่งชาติลอส-กลาเซียเรส อาร์เจนติน่า 

เป็นอีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติที่เป็นทานน้ำแข็ง ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่มีความสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares  national park  เพราะที่นี่มีความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีที่ไหนเหมือนอย่าง ลักษณะของภูเขาที่เต็มไปด้วยสีฟ้าเป็นหนึ่งในทานน้ำแข็งที่ นักเดินทางอยากจะมาเยี่ยมชมที่นี่มากที่สุดและเป็นแพรนของใครหลาย ๆ คนว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาชม  อุทยานแห่งชาตินี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอาร์เจนติน่า  ในตัวอุทยานเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์แหล่งความงามตามธรรมชาติมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา เมืองมรดกโลก

ภายในตัวอุทยานแห่งนี้ไม่มีความสวยงามที่ยิ่งใหญ่หรือว่าอลังงการจากแม่น้ำ   มีเพียงธารน้ำแข็งที่มองมาจากระยะไกลที่เด่นชัดแต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบมาก  อย่างทะเลสาบน้อยใหญ่ ในอุทยานแห่งนี้มีรายจำนวนเป็นอย่างมากมีชื่อเสียงที่สุดที่นี่นั่นก็คือ ทะเลสาบอาร์เจนติโน  เป็น ทะเลสาบน้ำจืดที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด ของอาร์เจนตินานับว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตแห่งนี้เลยทีเดียว   

เมืองมรดกโลก

เมืองมรดกโลก ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด

เมืองมรดกโลก  ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นธารน้ำแข็งสีฟ้าของประเทศอาร์เจนตินามีชื่อเสียงมากที่สุดในแถบอเมริกาใต้ และไม่มีใครที่จะไม่รู้จักหากใครชื่นชอบในการผจญภัยที่นี่ย่อมเป็นอีกหนึ่งแห่งที่อยู่ในแผนของนักท่องเที่ยว  ทั้งยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติมีทั้งกิจกรรมยอดนิยมอย่างการปีนภูเขาการเดินป่าถือว่าเป็นกิจกรรม Adventure สุดๆ  

ถ้าเอ่ยถึงธารน้ำแข็งพวกเราจะนึกถึงอีกซีกโลกหนึ่งที่อยู่ใต้ใกล้ศูนย์สูตรที่มีทั้งอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดทั้งปี สภาพอากาศสิ่งแวดล้อมของป่าที่เขียวขะจีเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก ๆ เมื่อเรามองเห็นในระยะไกล  ป่าที่อยู่ใกล้กันกับท่านนะและอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือน้ำแข็งสายน้ำที่ใหญ่กลายเป็นน้ำแข็งสีขาวที่ใครไม่เคยเห็น  ต่างได้เดินทางไปที่ทวีปยุโรปอเมริกาเหนือหรือว่าประเทศจีนทางตอนเหนือ ในช่วงฤดูหนาวยังไม่เคยเห็นทะเลสาบที่เป็นหนองบึงแม่น้ำและกลายเป็นน้ำแข็งแตกต่างกันมาก ๆ เนื่องจากธารน้ำแข็งพบเห็นได้ทั่วไปต้องอาศัยอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่หนาวเหน็บ เมืองมรดกโลก มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปีส่วนมากจะพบในดินแดนใกล้ขั้วโลกเหนือและใต้เพียงเท่านั้น  

เมืองมรดกโลก

การเดินทางไปเยี่ยมชมธารน้ำแข็งแห่งหนึ่งสามารถเดินทางได้หลายท่อจากกรุงเทพฯข้ามไปยังสมุทรอินเดีย แปลว่าประเทศแอฟริกาเป็นการบินต่อข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังกรุงบัวเนสเอเรส  แปลต่อเครื่องไปยังประเทศยังแหลมวัลเดส ในช่วงของฤดูร้อนระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม  อากาศที่นี่เย็นสบายมีแดดทั้งวันแต่ไม่ถึงกับร้อนมากมีทั้งบริษัทนำทัวร์หลาย ๆ 

บริษัทพานักท่องเที่ยวหรือว่าเดินทางด้วยรถยนต์วิ่งเรียบทะเลสาบผ่านทุ่งหญ้าใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง มีทั้งจุดชมวิวตลอดทั้งการเดินทาง  หากใครที่ไม่อยากปรึกษาสถานที่ท่องเที่ยวหรือว่าการเดินทางที่ยุ่งยากสามารถติดต่อบริษัททัวร์ชั้นนำ ที่นี่มีท่าเรือที่นำชมธารน้ำแข็งรองรับนักท่องเที่ยวได้เยอะมากซึ่งมี 2 ชั้น อย่างกว้างขวางชั้นล่างจะเป็นห้องโถงที่มีขนาดใหญ่มีหน้าต่างแล้วก็กระจกปิดมิดชิด เพื่อป้องกันอากาศที่หนาวส่วนชั้นที่เป็นดาดฟ้านักท่องเที่ยวส่วนมากจะพากันไปยืนอยู่บนดาดฟ้า เมืองมรดกโลก เพื่อถ่ายรูปและเซลฟี่ที่สัมผัสถึงสภาพอากาศที่หนาว  ตัวที่เป็นชั้นดาดฟ้าในการล่องเรือในฐานะน้ำแข็งถือว่าเป็นจุดดีที่สุด ที่ยิ่งใกล้ยิ่งเห็นถึงความยิ่งใหญ่ และความสวยงามของช่อง

หลืบน้ำแข็งที่ระยะใกล้  เมื่อยามเย็นจะมีแสงแดดคอยส่องจะมากระทบการที่น้ำทำให้เกิดประกายในคลื่นของน้ำระยิบระยับเมื่อมองบนพื้นน้ำรอบเรือเราจะเห็นภูเขาเป็นน้ำแข็ง  ในแม่น้ำจะมีชิ้นส่วนของธารน้ำแข็งที่ตกลงมาอยู่หลายก้อน การลงเรือจะใช้ระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เท่านั้นความสนุกสนานเพราะไม่มีใครดื่มบนน้ำแข็งมาห่วงจะจบลงที่เจ้าหน้าที่อุทยาน ก็จะเปิดแชมเปญให้ดื่มฉลองไปพร้อมกับการกินเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นพิธีระหว่างการเดินทางสามารถถ่ายรูปได้ตามใจชอบ เมืองมรดกโลก นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ได้รับการเปลี่ยนเมืองมรดกโลกเพราะมีจุดเด่นขอธรรมชาติอย่างชัดเจน

สามารถติดตามสารข่าวสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่   คลิก>>> yktcx

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *